สู้ด้วย”บุญ” หยุดบ่วงกรรม ทุกวิกฤตพลิกชีวิตด้วยบุญ

บทความที่น่าสนใจ

สู้ด้วยบุญคืออะไร ขอเมตตายดเนื้อหาบ้างส่วนในหนังสือ “อำนาจอันยิ่งใหญ่แห่งกรรม” พระนิพนธ์ใน สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ มาให้ทุกท่านได้ทราบความจริงที่ยิ่งใหญ่นี้

ผลกรรมใดๆไม่ว่าจะกรรมดีหรือกรรมชั่ว ก็อยู่ใต้กฏแห่งกรรมทั้งหมด มีกำหนดเวลาส่งผล มีลำดับมีหน้าที่ เมื่อถึงเวลาส่งผลกรรรมหมดก็ต้องหยุดยุติไปให้กรรมใหม่ที่มีกำลังมากกว่าส่งผล

เพราะตรงนี้สำคัญมาก คือหัวใจของการ “สู้ด้วยบุญ”เลยทีเดียว

ทุกข์แสนสาหัส ข้าวแทบไม่มีกินในในเมื่อวันก่อน อาจจะพลิกมาสุขล้นร่ำรวยได้ชั่วพริบตาในวันนี้เมื่อบุญมาส่งผลทัน เป็นกรรมตัดรอนฝ่ายดี หรือรวยล้นฟ้าอยู่ดีๆ วันก่อน ไปไหนมีแต่คนไหว้ วันนี้หมดสิ้นเนื้อประดาตัว ไม่มีแม้ที่ซุกหัวนอน แบบนี้คือกรรมตัดรอนฝ่ายไม่ดี ที่มาส่งผลแบบฉับพลัน เชื่อว่าหบายคนคงเคยเห็นกัน นี้คือ อำนวจแห่งกรรม

เราต้อง”สู้ด้วยบุญ”ต้องอดทน เร่งทำกรรมดีที่มีกำลังมากกว่า สร้างบุญใหม่ รวมบุญใหม่ และบุญเก่าที่มีอยู่เกิดพลังส่งผลก่อนให้ได้ ต้องใช้น้ำดีที่แรงกว่า มากกว่า ไล่น้ำเน่าให้ได้”

ประเภทเมื่อเกิดอะไรขึ้นก็ใช้ชีวิตแบบเดิมๆหรืออาจจะทำบาปมากกว่าเดิม วันๆหวังฟลุค หวังปาฎิหาริย์แบบให้เข้าช่วยแก้ปัญหาให้ได้ในพริบตา คิดแต่จะไปพึงพาอำนาจอื่น ประเภทฝันลมๆแล้งๆ อะไรที่เกินบุญตน บอกเลยเป็นไปไม่ได้

เมื่อชีวิตมีปัญหาแทนที่จะแก้ไขให้ถูกเหตุ ถูกทาง เกิดที่ไหนแก้ที่นั่น ดับที่เหตุ เหมือนเรากำลังหาทางออกในความมืด แทนที่จะพยามด้นหาแสงสว่าง กลับเดินผิดทางถลำลึก เข้าไปในความมืดมิดอีก จนหลายคนอาจจะไม่มีทางออกมาได้อีกเลยตลอดกาล เพราะเราคิดผิดทาง ทำผิดทางเสียแล้ว

หากเราเข้าใจถูกทางแล้วว่า เราทุกข์เพราะที่ผ่านมาเราเคยทำบาป ทำกรรมไม่ดีเอาไว้ เราทำเราก็ต้องรับไม่มีทางหนีพ้นไปได้ ถ้าไม่อยากหนักกว่าเดิม ก็ต้องหยุดทำบาปก่อนทันที อย่าเอาบาปใหม่มาเพิ่มอีก บุญเราน้อยก็ต้องสร้างบุญเพิ่ม ด้วยพลังบุญทางเดียวเท่านั้นที่จะสู้ได้ ทำให้ทนรับมือได้ และพลิกชีวิตกลับมาได้

คนที่บอกว่าชีวิตฉันทพดีมาตลอด ทำไมต้องมาเจอเรื่องร้ายๆแบบนี้ บุญก็ทำ ศิลก็ถือ สวดมนต์ก็สวด สงสัยทำบุญไม่ขึ้น ไม่มีหรอกคำว่า”ทำบุญไม่ขึ้”บุญนั้นอยู่ส่วนบุญ บาปนั้นอยู่ส่วนบาป อย่าเอามาเหมาปนกัน

ที่บุญยังไม่ส่งผลเพราะยังมีบาปกรรมเก่าที่ทำมาส่งผลอยู่ เมื่อถึงเวลาบุญก็ต้องส่งผล เทวาดาฟ้าดินยังต้านไม่ได้เลย กรรมฝั่งไหนมีกำลังมากกว่าก็จะส่งผลก่อนตามแรงบุญหรือแรงบาป และกรรมฝั่นไหนที่มีกำลังน้อยต้องรอคิวส่งผล ตามลำดับ ตามเวลาตามหน้าที่ของกรรมนั้น

กรรมนั้นเกิดขึ้นมาหลายภาพชาติบันทึกไว้ในจิต เกิดกี่ชาติก็ตามไปตลอดจนกว่าจะหมกแรงกรรม และกรรมใหม่ก็เกิดขึี้น โดยเฉพาะกรรมทางใจที่เกิดๆดับๆตลอดเวลา เดี๋ยววินาทีนี้คิดดี อีกวินาทีต่อไป อ้าวคิดชั่วจิตตก เร็วมากๆแม้วันนี้เราจะคิดว่าเราทำดีที่สุดแล้ว ทำบุญมากแล้ว แต่ทำไมชีวิตยังไม่ดี นั้งเพราะเราลืมไปว่าเราควไม่เห็นหมดทุกชาติว่าเราไปทำอะไรมา

ดังอุปมาที่ครูบาอาจารย์ท่านให้พิจารณาว่าดังเรื่องคนที่ฆ่าคนตาย แต่หนีตำรวจ เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนหน้าตา หนีไปอยู่ที่อื่นไกลแสนไกลไม่มีใครรู้ มาที่ใหม่ตั้งใจกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดี ชาวบ้านที่นั่นยกย่องมากว่าเป็นคนดี ใจบุญ อยู่มาวันหนึ่งตำรวจตามมาจับ!!!! ชาวบ้านงงมา!! คนดีๆคนใจบุญทำไมถูกจับตำรวจจึงเฉลยว่าเพราะในอดีตเคยฆ่าคนตายแล้วหนีมา ก็ต้งได้รับโทษ

เช่นเดียวกัน ในภพก่อนอาจทำกรรมไม่ดีม่มาก มาภพใหม่แม้เปลี่ยนรูป เปลี่ยนชื่อทำกรรมดี แต่ถึงเวลาตำรวจก็ต้องมาจับหรือกรรมมาส่งผลนั่นเอง……

บุญนั้นเป็นที่พึ่งได้จริงเสมอ

ขอให้รู้และคิดง่ายๆแบบชาวบ้านก็ได้ว่า ชาตินี้ขอทำบุญมากกว่าบาป…ก็น่าจะพอแล้ว

อะไรที่ผิดไปแล้วขอแก้ไขไม่แก้ตัว เปลี่ยนเส้นทางโชคชะตาชีวิตใหม่ด้วยมือเราเอง เป็นคนใหม่ที่จิตสะอาดสดใส มีชีวิตที่มีความสุข เต็มไปด้วยบุญบารมี ทำดีได้ดี ทำชั่วต้องได้ชั่ว ชัดเจนทุกกรรม ทุกการกระทำที่เกิดขึ้น บุญวาสนาแม้แข่งกันไม่ได้ แต่เราสร้างใหม่ได้ตลอดเวลา

ถ้าอยากให้ชีวิตดี ทุกวินาทีที่เหลือ จะ”สู้ด้วยบุญ” สร้างบุญบารมีใหม่ จะสู้ให้สุดกำลังให้ชีวิตดีให้ได้…ในชาตินี้เลย…สู้โว๊ย

ที่มา : ธ.ธรรมรักษ์

เรียบเรียงโดย : สาระบทความ