หนุ่ม กรรชัย พูดแล้ว ทำไมขอโทษ ดร.เซปิง ไม่ได้

บันเทิง เรื่องเด่น

กลับมาเป็นกระแสอีกครั้ง เมื่อหนุ่ม กรรชัย ไปขึ้นศาลนัดแรงจากกรณีที่ โดน ดร.เซปิง ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายสู่งถึง 50 ล้านบาท

จากกรณีที่ศาลอาญานัดฟังคำสั่งชั้นไต่สวนมูลฟ้อง คดี อ.1693/2562 ที่ ดร.เซปิง ไชยศาสน์ อายุ 47 ปี ประธานโครงการศัลยกรรมความงามเฟซออฟ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายกรรชัย หรือ หนุ่ม กำเนิดพลอย พิธีกรทีวีรายการโหนกระแส ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 นายภิญโญภัทร์ ชิดตะวัน ทนายความ กับผู้เสียหายเหยื่อศัลยกรรม ที่มาออกรายการทั้งหมด 7 คน เป็นจำเลยฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา โดยฟ้องเป็นคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญาเพื่อเรียกค่าสินไหมทดแทนจำนวน 50 ล้านบาทด้วย

โดยทางด้าน “หนุ่ม” ได้เผยถึงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า ผมไม่มีทางที่จะไปหมิ่นประมาทใคร ผมคงต้องพูดคำว่า มนุษย์เราเลือกเกิดไม่ได้อยู่แล้ว คือเกิดมาแน่นอนว่าในมุมของมนุษย์ต้องเท่าเทียมกัน เพียงแต่ว่าต้นทุนทางสังคมอาจจะไม่เท่ากัน แต่คุณค่าของมนุษย์เท่ากัน ฉะนั้นมีสิทธิ์ที่จะมีปากมีเสียง แต่สุดท้ายแล้วสังคมจะเป็นคนชี้นำเองว่าคุณเป็นคนยังไง

อาจจะเป็นเพราะว่าผมกับดร.เซปิงยังไม่มีการพูดคุยกันเลย มันก็เลยมีเหตุการณ์แบบนี้ ถ้าเกิดเรามีการพูดคุยกัน อาจจะไม่มีเหตุการณ์อย่างนี้ก็ได้ แค่ว่าเราไม่ได้พูดคุยกันมันก็อาจจะมีเรื่องไปถึงชั้นศาลได้ไง ผมว่าทั้งหมดมันอยู่ที่เจตนา

วันนั้นผมเจอแกก็ยกมือไหว้ ผมไม่ใช่คนที่แบบฟ้องฉันเหรอ งั้นไม่คุยด้วย หันหน้าหนี มันไม่ใช่วิถีชีวิตของผม ผมขอโทษได้หมดทุกคนนะ แต่ว่าเรื่องนี้มันมีความจำเป็น ซึ่งสิ่งที่ผมไหว้ขอโทษไม่ได้ในเรื่องนี้ เพราะว่ามันยังมีพี่น้องของผมที่เป็นสื่ออีกเยอะแยะมากมาย

ถ้าวันนี้ผมต้องไหว้แล้วขอโทษแล้วคนอื่นที่ทำสื่อเหมือนกับผมทุกที่ ต่อไปการนำเสนอแบบนี้ มันจะเป็นบรรทัดฐานในการต้องไปขอโทษคนอื่นด้วยเหรอ ผมว่ามันไม่ยุติธรรมกับคนที่ทำสื่อแบบผมนะ ฉะนั้นวันนี้ผมไม่ได้สู้เพื่อตัวเอง ผมสู้กับเพื่อนร่วมอาชีพของผม ถ้าวันนี้ผมชนะในเรื่องนี้ อย่างน้อยๆ ทุกคนจะได้เห็นว่านี้คือการทำงานของสื่อ เราไม่ได้ต้องการจะไปพาดพิงให้เขาเสียหาย

แต่ถ้าบอกว่าจะให้ผมขอโทษในมุมของความผิด ผมจะบอกว่าเรื่องนี้ผมก็มั่นใจว่าผมไม่ผิด จะให้ผมขอโทษในมุมที่ผมผิดคงไม่ได้ เรื่องของหมิ่นประมาทขอโทษไม่ได้จริงๆ เพราะว่าผมยังไม่ได้ผิด แล้วที่สำคัญที่ ดร.บอกว่าจะดูว่าผมสำนึกหรือยัง ผมยังสำนึกไม่ได้ เพราะผมยังมั่นใจว่าผมยังไม่ผิด

เมื่อได้รับโอกาสมาแล้ว ก็ต้องทำตัวให้ควรค่ากับโอกาสเท่านั้นเอง ที่สำคัญที่สุดวันนี้ให้ย้อนกลับไปมองตัวเองว่าผมเป็นคนสื่ออย่างเดียว ไม่ใช่คนบันเทิงหรือเปล่า ผมทำไม่ได้ เพราะคำว่าคนบันเทิงมันคือรากเหง้าของผมจริงๆ ผมไม่สามารถทิ้งรากเหง้าของตัวเองได้ คนเราถ้าลืมรากเหง้าของตัวเอง มันไปทำอะไรก็คงไม่เจริญ ผมยังยืนยันว่าผมเป็นคนบันเทิง ที่วันนี้ผมมาจับงานสื่อเพื่อเห็นว่าสังคมต้องการคนที่ทัชได้อย่างผมมากกว่า

ใครที่ติดตามข่าวเรืองการฟ้องร้องมาตั้งแต่ตอน ก็จะรู้ที่ไปที่มาอย่างดีแล้ว ใครยังไม่รู้ก็สามารถหาดูรายการย้อนหลังได้นะคะ และเป้นกำลังใจให้ทุกคนค้า

เครตดิตที่มา : Teenee.com

เรียบเรียงโดย : สาระบทความ