ตูน – ก้อย เปิดใจวันวิวาห์ เริ่มต้นชีวิตคู่ ตั้งใจอยากมีลูกแฝด – ย้ำไม่ได้กลัวเมีย แค่เกรง

บันเทิง เรื่องเด่น

ผ่านไปแล้วสำหรับงานแต่งงานที่หลายคนรอคอย สำหรับงานแต่งงานของตูน บอดี้สแลม – ก้อย รัชวิน โดยหลังจากงานแต่งงานแล้วทั้งสองได้ ตั้งโต๊ะสัมภาษณ์เปิดใจหลังจูงมือเข้าสู่ประตูวิวาห์ จุดเริ่มต้นมาราธอนชีวิตครั้งใหม่เริ่มต้นขึ้นแล้ว พร้อมเผยแพลนมีเบบี๋

ชีวิตคู่ของ ตูน บอดี้สแลม กับ ก้อย รัชวิน ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว หลังจากที่ในวันนี้ 28 พฤศจิกายน 2563 ทั้งคู่ได้จูงมือกันเข้าสู่พิธีสมรสอย่างเป็นทางการ โดยมีคนในครอบครัวและแขกผู้มีเกียรติมาร่วมเป็นสักขีพยานกันอย่างพร้อมหน้า

ทั้งนี้ ตูน บอดี้สแลม และ ก้อย รัชวิน ได้ตั้งโต๊ะสัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดย ก้อย เปิดใจว่า ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง ไม่ได้นอนเลยทั้งคืน มีหลากหลายความรู้สึก ตื่นเต้นมาก พอมาถึงงานได้มาเจอกับทุกคนมันก็มีพลังบางอย่างทำให้ก้อยฮึบขึ้นมาได้ โมเมนต์ที่เห็นคุณพ่อคุณแม่ของทั้ง 2 ครอบครัวมาอยู่ตรงหน้า มันยากเกินจะบรรยาย

สวยหล่อและน่ารักมากเลยนะคะทั้งสองคน

ขณะที่ ตูน บอดี้สแลมกล่าวว่า ก้อยเป็นจอมเซอร์ไพรส์อยู่แล้ว ก็มักจะจำวันสำคัญต่าง ๆ มาเซอร์ไพรส์ให้ในวันพิเศษ วันแต่งงานก็เป็นอีกวันที่ก้อยได้ทำหน้าที่ของตัวเอง สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ตนชอบในตัวเขา ตลอดเวลาที่คบกันมา 10 ปี เขาไม่ได้ทำให้ตนคนเดียว แต่จะทำให้ทุกคนที่อยู่ในวงจรชีวิต ต่างกับตูนที่ไม่ได้สังเกตหรือเทคแคร์คนรอบข้างเท่าไร ตรงนี้มันสอนเรา ทำให้กลับมาดูตัวเองและอยากใส่ใจคนอื่นบ้าง สิ่งที่ก้อยทำแบบนี้ใคร ๆ ก็แพ้ทาง

หลังจากวันนี้ต้องเปลี่ยนมาใช้ชีวิตแบบสามีภรรยาอย่างเป็นทางการแล้ว ก้อยรู้สึกว่าในความรู้สึกอาจจะเหมือนเดิม แต่ในทางปฏิบัติต้องมีบทบาทที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้น ถามว่าเกร็งไหม มันเป็นอีกหนึ่งบทบาทใหม่ที่ต้องเรียนรู้และปรับตัวกันไป มันเป็นอะไรที่น่าสนุก เหมือนได้สอบเลื่อนขั้น ขณะที่ ตูน กล่าวว่า การแต่งงานหรือการมีครอบครัว ตูนคิดว่ามันจะขยับความเป็นคนของเราให้มันสมบูรณ์มากขึ้น ตื่นเต้นที่จะได้เรียนต่อมหาวิทยาลัยชีวิต มันเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ตื่นเต้นกับความรู้สึกใหม่ ๆ ทั้งดีและร้าย

ส่วนเรื่องคลิปที่ประตูเงินประตูทองให้ท่องคาถาบูชาภรรยา หนุ่มตูนก็บอกว่า จำคาถาไม่ได้ แต่ถ้าถามว่ากลัวภรรยาไหม มีเกรงเหมือนกัน แต่จริง ๆ ใช้คำว่าเคารพมากกว่า ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ทุกอย่างมันต้องเติมเต็มกัน พยายามประคับประคองกัน ระหว่างทางที่คบกันมา 10 ปี ก้อยเป็นคนที่เติมให้ตูนซะส่วนใหญ่ ทั้งไปคอนเสิร์ต ไปวิ่งด้วยกันทั้งที่ไม่เคยวิ่งมาก่อน

สำหรับก้อย พี่ตูนเป็นทุกอย่าง ทั้งเพื่อน พี่ชาย คนรัก ทุกอย่างที่พี่ตูนทำได้เปลี่ยนให้ก้อยเป็นคนที่ดีขึ้นในทุก ๆ วัน ทั้งหมดมาจากความรักและเคารพซึ่งกันและกัน ไม่เคยสัญญาหรือผูกมัดอะไรกันด้วยเงื่อนไข อนาคตคิดว่าอยากจะมีลูก เพราะแต่ละคนก็อายุเยอะแล้ว ถ้าอยากวิ่งตามลูกให้ทันก็ต้องด่วน ๆ

เรื่องการเป็นแม่บ้าน ก้อยอยากให้มันเป็นไปตามวิถีชีวิต ไม่ต้องไปกะเกณฑ์อะไร บทบาทในวงการบันเทิงช่วงแรกอาจจะลดลงถ้ามีลูก อยากเลี้ยงลูกด้วยตัวเอง ทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุด ลูกสาวหรือลูกชายได้หมดเลย พี่ตูนอยากมีมากกว่า 1 คน เพราะอยากให้ลูกมีเพื่อน ลูกแฝดอาจจะเป็นทางเลือกที่ใช่ แต่จะลองมีแบบธรรมชาติดูก่อน ส่วนฮันนีมูน คิดว่าจะไปภูเก็ต และมีแพลนไปวิ่งมาราธอนต่อหลังจากจบงานแต่ง 42 กิโลเมตร ส่วนความรู้สึกของตูน สำหรับวันนี้มันเกินจริงมาก ในจินตนาการรู้ว่าอยากแต่งงาน แต่ไม่คิดว่ามันจะต้องเป็นแบบนี้ ภาพวันนี้มันดีมาก ทำให้มีความสุขมาก ต้องขอบคุณก้อย

ก้อย กล่าวความรู้สึกว่า ก่อนที่จะเริ่มต้นวันนี้ก็ได้รับคำอวยพรจากผู้ใหญ่หลาย ๆ ท่าน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ให้นึกถึงวันแรกที่เจอกัน ตกหลุมรักกัน ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา ผ่านอะไรมาด้วยกันเยอะมาก พี่ตูนไม่เคยไปไหน ความรักที่พี่ตูนให้มันมากพอที่จะทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งมีแรงที่จะเดินต่อไป ชีวิตคู่เหมือนกันวิ่งมาราธอน ระหว่างทางต้องผ่านการฝึกซ้อม อดทน มาจนถึงการลงสนามที่ไม่รู้ว่าต้องเจอกับอะไร สุดท้ายพอไปถึงเส้นชัยทุกอย่างมันสวยงามไปหมด วันนี้เหมือนจะเดินทางถึงเส้นชัยแล้ว แต่จริง ๆ มันคือจุดเริ่มต้นของก้าวมาราธอนใหม่ในชีวิตที่เราจะต้องไปด้วยกันต่อ

เรียกได้ว่าเป็นงานแต่งที่มีทั้งความสนุกและอบอุ่นมาก สมกับเป็นงานแต่งงานที่หลายๆคนตั้งหน้าตั้งตารอและไม่ทำให้เราผิดหวังจริงๆ

เคตรดิตที่มา : Kapook.com

เรียบเรียงโดย : สาระบทความ