‘หมอยง’ ชี้โควิดสมุทรสาคร บทเรียนสำคัญ แนะเลี่ยงฉลองปีใหม่

เรื่องเด่น

ช่างเป็นช่วงเวลาที่ลำบากสำหรัทุกคนในประเทศเสียจริง หลังการกลับมาของโควิค 19 ทำเอาบ้านเราที่เริ่มพอจะมีแววว่ากำลังจะกลับมาเป็นปกติ แต่ว่าก็โดนโควิคกลับมาจนได้

จากกรณีค่ำที่ผ่านมา 20 ธ.ค.63 อธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมรอง ผบช.ภ.7 และ ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร ตั้งโต๊ะแถลงข่าวด่วน ถึงสถานการณ์โควิดในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ซึ่งพบว่า ล่าสุดมีผู้ติดเชื้อกว่า 548 ราย พร้อมสั่งล็อกดาวน์และเคอร์ฟิวในทันทีถึงวันที่ 3 ม.ค. 64

ล่าสุดทางด้าน “ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ” หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะด้านไวรัสวิทยาคลินิก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจได้ออกมาโพสต์ความร้ายแรงสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมกับเป็นห่วงเรื่องการเลี้ยงฉลองปีใหม่ โดยระบุว่า

“กรณีสมุทรสาคร จะเป็นบทเรียนอันยิ่งใหญ่สำหรับประเทศไทย เรามีแรงงานต่างด้าวเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในอาชีพประมงที่คนไทยไม่ยอมทำ การระบาดในกลุ่มแรงงานที่มีการอยู่กันอย่างหนาแน่น จะทำให้เกิดการระบาดเป็นจำนวนมากอย่างรวดเร็ว

สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งโรงงานอุตสาหกรรม การก่อสร้าง ที่มีแรงงานจำนวนมาก จำต้องมีมาตรการที่เข้มแข็งในการป้องกันการระบาดในกลุ่มประชากรดังกล่าว บทเรียนจากญี่ปุ่นเกาหลีและของไทย ทีผ่านมาเกิดการระบาดในสถานที่ปกปิด สนามมวย ผับบาร์ กิจกรรมทางศาสนา บทเรียนจากสิงคโปร์และมาเลเซีย เกิดกับแรงงานที่อยู่รวมกันจำนวนมาก ทุกบทเรียนในอดีต จะต้องเข้ามาอยู่ในกระบวนการป้องกัน ทุกคนสามารถช่วยกันป้องกันได้ จะต้องเห็นประโยชน์ต่อส่วนรวม เราจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก ในการตรวจวินิจฉัย สอบสวนโรค และการรักษาถ้ามีการระบาดเกิดขึ้นในประเทศไทย”

“โควิด 19 กับเทศกาลเฉลิมฉลองปีใหม่ เราต้องไม่ลืมว่าในการระบาดระลอกแรกของไทยในเดือน มีนาคม และ เมษายน ได้มีการเลื่อนวันปีใหม่ไทย ทำให้เราควบคุมประสบความสำเร็จภายในเดือนเมษายน

การเดินทาง และ ควบคุมการเฉลิมฉลองต่างๆ ซึ่งถือว่า เป็นการรวมตัวของคนหมู่มาก ยากต่อมาตรการในการกำหนดระยะห่าง ปีใหม่กำลังจะเข้ามา หลายคนเตรียมเฉลิมฉลอง เราจะต้องคำนึงว่า ในปีนี้จะไม่เหมือนเดิม

สิ่งที่ต้องคำนึงคือ จะต้องอยู่แบบวิถีชีวิตใหม่ ถ้าปีนี้ เราจะฉลองให้น้อยลงด้วยการระมัดระวัง หรือลดละ การเฉลิมฉลองปีใหม่ เหมือนตอนสงกรานต์ ได้ไหม การระบาดรอบ 2 ทุกคนจะต้องช่วยกันป้องกัน ทุกคนรู้ การกำหนดระยะห่าง ไม่สามารถทำได้เลย ถ้ามีการเฉลิมฉลอง
เรารอไปปีหน้าได้ไหม เชื่อว่าในระยะเวลาอันใกล้ เราก็จะมีวัคซีนในการป้องกัน เมื่อประชาชนหมู่มาก ได้รับวัคซีนในการป้องกัน ภาวะปกติ ก็จะกลับมาเอง ถึงช้าหน่อย ก็ยังดีใช่ไหม เราไม่อยากเสีย ปู่ ย่า ตา ยาย ที่เราเคารพรัก ถ้าเกิดการระบาดรอบ 2 ก็จะเป็นการยากในการควบคุม”

พร้อมทั้งบอกอีกว่า “โควิด 19 การระบาดในพื้นที่ (วงจำกัด?? หรือจะเป็นวงกว้างแล้ว) ทุกคนทราบเรื่องดีว่า เกิดการระบาดอย่างมาก ในพื้นที่เมืองชายทะเล ที่ใช้แรงงานต่างด้าว จุดที่สงสัยอยู่ที่ตลาด ขณะที่เรารู้นี้ น่าจะมากกว่า generation ที่ 4 คงเป็นการยากในการหารายที่ 0หรือรายแรก

สิ่งที่จะปฏิบัติขณะนี้ นอกจากมาตรการที่ทุกคนรู้ ล้างมือ กำหนดระยะห่าง ใส่หน้ากากอนามัย สิ่งที่ต้องทำในเกมรุก จะต้องเป็นการตรวจคัดกรองเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ผู้ที่ต้องสงสัย และรีบตรวจคัดกรองตรวจเชื้อ

ผู้ต้องสงสัย ได้แก่

1. ผู้ที่มีอาการโรคทางเดินหายใจ และมีประวัติสัมผัสกับแรงงานต่างด้าว ในแหล่งระบาด หรือไปยังแหล่งระบาด จำเป็นต้องตรวจคัดกรอง
2. โรงพยาบาลควรแยก จัดตั้งคลินิกโรคทางเดินหายใจเฉียบพลัน และเฝ้าระวังในกลุ่มดังกล่าว จำเป็นต้องตรวจถ้าสงสัย
3. อาการที่ต้องสงสัย อาการทางเดินหายใจ เป็นไข้ เจ็บคอ เจ็บแบบบาดคอ ไอแห้ง เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่ได้รส ปอดอักเสบ หายใจเร็ว

การตรวจวินิจฉัยจะต้องทำ และเพิ่มการตรวจกรองให้มากขึ้น ในกลุ่มแรงงานต่างด้าว ต้องส่งตรวจให้เพิ่มขึ้น อย่างสม่ำเสมอ ในการเฝ้าระวัง เพื่อวินิจฉัยอาการเริ่มแรก ไม่ให้หลุด เพื่อลดการแพร่กระจายของโรค ทุกคนจะต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้น สำหรับประชาชนทั่วไป ทุกคนต้องช่วยกันทุกทาง ยอมเสียสละความสุขส่วนตนบ้าง เพื่อความสุขส่วนรวม ในการต่อสู้กับโรคหรือสิ่งที่มองไม่เห็น”

ศึกพม่าคราวนี้หนักหนายิ่งหนัก เราทุกคนต้องร่วมมือสู้ศึกนี้ไปด้วยกัน เราจะผ่านเรื่องราวร้ายๆไปพร้อมๆกัน ตั้งการ์ดให้สูงกว่าเมื่อก่อนครั้งแรกที่ระบาด การ์ดอย่าตกทุกคนต้องช่วยกัน ไม่อย่างนั้นบ้านเราไม่รอดแน่

ข้อมูล : Yong Poovorawan

เคตรดิตที่มา : Teenee.com

เรียบเรียงโดย : สาระบทความ