ไบเดน อนุมัติงบ ชาวสหรัฐฯ

เรื่องเด่น

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า “โจ ไบเดน” ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ เข้าทำงานวันแรกในทำเนียบขาว โดยลงนามคำสั่งบริหารเพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วน รวมทั้งลงนามในคำสั่งเพิกถอนนโยบายหลายอย่างที่ประกาศใช้ในยุครัฐบาล โดนัลด์ ทรัมป์

ในการทำงานวันแรกหลังพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งเสร็จสิ้น ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้ใช้เวลานานหลายชั่วโมงในการลงนามคำสั่งบริหารรวม 17 ฉบับ ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับมาตรการรับมือ CV-19, มาตรการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและการว่างงานเร่งด่วน, มาตรการแก้ปัญหาความขัดแย้งทางสี ผิว และ ชาติ, การลงนามนำสหรัฐอเมริกากลับเข้าร่วมข้อตกลงปารีส เพื่อแก้ปัญหาภูมิอากาศโลก หลังจากที่ทรัมป์ นำอเมริกาถอนตัวจากข้อตกลงนี้เมื่อ 3 ปีที่แล้ว รวมถึงการนำสหรัฐฯกลับเข้าเป็นสมาชิกองค์การอนามัยโลก (WHO) ใหม่อีกครั้งหลังจากที่ทรัมป์เคยประกาศถอนตัวไปก่อนหน้านี้

รายงานข่าวระบุว่า ผลงานที่ถือว่าโดดเด่นที่สุดในวันแรกของโจ ไบเดน คือการที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ วัย 78 ปี ประกาศบังคับใช้ มาตรการเยียวยาผลกระทบที่เกิดจากCV-19 ซึ่งมีวงเงินมากกว่า 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยมากกว่า 57 ล้านล้านบาท เพื่อเริ่มการแจกเงินเยียวยารอบใหม่ สำหรับชาวอเมริกันที่ได้รับผลกระทบในรูปแบบต่างๆ รวมถึง และแผนการแจกจ่ายวัคซีน เพื่อควบคุมการให้ได้โดยเร็ว

ทั้งนี้ มาตรการเยียวยาผลกระทบ ของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ประกอบด้วย

  • แจกเงินเยียวยา 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 60,000 บาท) ต่อคน
  • เพิ่มเงินสวัสดิการว่างงานเป็น 400 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 12,000 บาท) ต่อเดือน ไปจนถึงสิ้นเดือนกันยายน
  • เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำของรัฐบาลกลาง เป็น 15 ดอลลาร์ (ราว 450 บาท) ต่อชั่วโมง
  • ขยายเวลาพักชำระหนี้และการยึดอสังหาริมทรัพย์ ไปจนถึงสิ้นเดือนกันยายน
  • เพิ่มเงินลดหย่อนภาษีให้กับครอบครัวที่มีเด็ก โดยเด็ก 1 คนที่มีอายุต่ำกว่า 6 ปี จะได้รับการลดหย่อนภาษี 3,600 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 108,140 บาท)

นอกจากนั้น งบเยียวยาที่เหลือจะถูกจัดสรรไปใช้สำหรับการแจกจ่ายวัคซีน และชุดตรวจ ไปยังโรงพยาบาลทั่วประเทศ รวมถึงใช้ในการแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบ

ขณะเดียวกัน ไบเดนยังตั้งเป้าเร่งวัคซีนชาวอเมริกันให้ได้ 100 ล้านคน และกลับมาเปิดโรงเรียนเพื่อทำการเรียนการสอนตามปกติให้ได้ภายในช่วง 100 วันแรกในการบริหารประเทศภายใต้การนำของเขา