ห้ามซื้อเกิน 3ขวด! ห้างค้าปลีกจำกัดซื้อน้ำมันปาล์ม แห่ตุนขายแพงฟันกำไร

เรื่องเด่น

วันที่ 10 ก.พ.2564 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์จำหน่ายน้ำมันปาล์มบรรจุขวดในท้องตลาดยังประสบปัญหาตรึงตัวต่อเนื่อง โดยล่าสุดร้านค้าปลีกสมัยใหม่และซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่ง ออกประกาศจำกัดการซื้อไม่เกินครัวเรือนละ 3 ขวดหรือต่อหนึ่งใบเสร็จ หลังพบว่ามีประชาชน ร้านค้าโชวห่วย และผู้ประกอบการร้านอาหาร โดยเฉพาะอาหารประเภททอด แห่เข้ามาซื้อตุนไปใช้จำนวนมากจนทำให้น้ำมันปาล์มขวดเริ่มพร่องไปจากชั้นวางอย่างชัดเจน เพราะเกรงว่าราคาจะสูงขึ้นไป อีกทั้งยังกลัวว่าน้ำมันปาล์มจะขาดตลาดไม่มีขายเหมือนก่อน ขณะที่ร้านโชวห่วยบางรายก็เข้ามาซื้อตุนไว้และนำไปขายต่อทำกำไร ทำให้ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ต้องออกประกาศจำกัดโควตาการซื้อ

นอกจากนี้ ยังได้รับร้องเรียนจากประชาชนว่า ร้านโชห่วยและร้านค้าตามตลาดสดที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง และร้านธงฟ้า มีการปรับราคาขายน้ำมันปาล์มขวดขึ้นไปถึง 50-55 บาท โดยร้านค้าส่วนใหญ่รับซื้อมาจากร้านโมเดิร์นเทรดแล้วนำมาขายต่อทำกำไร ซึ่งสามารถทำได้เนื่องจากปัจจุบันกระทรวงพาณิชย์ได้ยกเลิกกำหนดราคาเพดานสูงสุดสำหรับน้ำมันปาล์มขวด 42 บาท และน้ำมันถั่วเหลืองขวด 55 บาทไปแล้ว เพื่อให้ราคาสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงหลังจากที่ผ่านราคาน้ำมันปาล์มได้ลดลงไปมากขายไม่เกินขวด 42 บาท

รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์แจ้งเพิ่มว่า สำหรับราคาน้ำมันปาล์มที่แพงขึ้นในช่วงนี้ เป็นผลมาจากผลผลิตได้รับความเสียหายจากสภาพอากาศแปรปรวน ทำให้ผลผลิตออกมาลดลง จึงส่งผลให้ราคาผลปาล์มน้ำมันสูงขึ้นต่อเนื่อง จากกก.ละ 3.00–3.50 บาท ในช่วงกลางปี 63 เป็น กก.ละ 7.00 บาท ในช่วงปลายปี 63 และทรงตัวอยู่ในระดับสูงถึง กก.ละ 7.50 บาท ได้ทำให้ราคาน้ำมันปาล์มดิบในแหล่งผลิตขยับสูงขึ้น เป็น กก.ละ 39 บาท ส่งผลกระทบต่อโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้น้ำมันปาล์มเป็นวัตถุดิบ และมีผลต่อเนื่องถึงราคาน้ำมันปาล์มบรรจุขวดในท้องตลาดปรับสูงขึ้น อย่างไรก็ตามคาดว่าผลปาล์มจะออกเพิ่มขึ้นเข้าสู่ภาวะปกติในเดือนมี.ค.2564