เปิดรายละเอียด คนละครึ่ง เฟส 3 คลังเตรียมต่อให้

เรื่องเด่น

วันที่ 5 มี.ค.64 นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เตรียมหารือนโยบายกับนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน และนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง ถึงขยายโครงการ คนละครึ่ง เฟส 3 หลังจากโครงการเฟส 1 และ 2 จะครบกำหนดในวันที่ 31 มี.ค. ว่าจะขยายต่อไปเลยหรือไม่ หรือเป็นช่วงเวลาใด และจะครอบคลุมผู้ที่ได้สิทธิ์เดิม 15 ล้านคน ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ หรือจะเปิดลงทะเบียนใหม่ทั้งหมดให้สิทธิ์กับทุกคนที่อยากได้

ต้องออกแบบโครงการให้ชัดเจนก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ ถ้าฝ่ายนโยบายเห็นว่าจะไม่มีโครงการมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอื่นๆ ออกมา ก็สามารถเสนอโครงการคนละครึ่งเฟส 3 ได้ ซึ่งหลักการต้องใกล้เคียงกับของเดิม แต่จะดูเวลาที่เหมาะสมว่าจะให้ต่อเนื่องไปเลย หรือเว้นช่วงไว้ แล้วจะให้สิทธิ์กี่คน

จำเป็นต้อง 15 ล้านคนหรือไม่ หรือจะให้ 30 ล้านคนเท่า เราชนะ แต่ถ้าถามใจคือ ใครอยากได้ต้องได้หมด นายกฤษฎากล่าว

สำหรับโครงการคนละครึ่งเฟส 3 ต้องแก้ข้อบกพร่องเดิมที่มีในเฟส 1 และ 2 เช่น ต้องรวมภาคบริการจากเดิมให้ซื้อได้เฉพาะสินค้า จะต้องหารือกับธนาคารกรุงไทยว่ามีภาคบริการเข้าร่วมโครงการในฐานข้อมูลมากน้อยแค่ไหน และสาเหตุที่ควรขยายมาตรการเฟส 3 ออกไป เพราะเห็นว่าต้องการรักษาแรงส่งให้เศรษฐกิจฟื้นฟูต่อไปได้ เป็นการช่วยเหลือทุกภาคส่วน ร้านค้ารายเล็ก ทั้งสินค้าและบริการกว่า 2 ล้านราย ให้มีส่วนร่วมช่วยกันจับจ่ายใช้สอยคนละครึ่งกับรัฐบาล

นายกฤษฎา กล่าวว่า ส่วนวงเงินะที่จให้เบื้องต้น คาดว่าจะไม่ได้ให้ 500 บาท เหมือนเฟส 2 ซึ่งอาจจะน้อยเกินไป แต่หากจะให้รายละ 3,000-3,500 บาท นาน 3 เดือน ก็ต้องดูว่ามีเงินเหลือพอหรือไม่ ตอนนี้เงินกู้จากพ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ในส่วนวงเงินเยียวยา 5.5 แสนล้านบาท ใช้ไปเกือบหมดแล้ว จึงเหลือวงเงินในส่วนฟื้นฟูอีกประมาณ 2 แสนล้านบาท ที่จะนำมาใช้ได้ ขึ้นอยู่กับฝ่ายนโยบายว่าจะจ่ายเท่าไหร่ จึงเหมาะสม

ส่วนข้อเสนอของนายสุพัฒนพงษ์ ให้ลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล 20% เพื่อจูงใจให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทยนั้น ต้องไปพิจารณาว่าเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งแล้ว อัตราภาษีไทยสูงเกินไปหรือไม่ เช่น สิงคโปร์ อยู่ที่ 18% แต่บางประเทศก็สูงกว่าไทยมาก ในมุมมองคือ ถ้าลดภาษี ก็ช่วยเรื่องของการแข่งขัน จูงใจลงทุนเพิ่มขึ้นได้ แต่การเสนอต้องทำเป็นแพ็คเกจ ถ้าลดภาษีเงินได้นิติบุคคล ก็ต้องจัดเก็บรายได้จากตัวอื่นมาทดแทนด้วย