เจ้าบ่าวแต่งซ้อน รับผิดคนเดียว เผยสาเหตุแต่งกับเมียหลวง ขอดูแลเมียน้อยกับลูกต่อ

เรื่องเด่น

เมื่อฝ่ายเจ้าบ่าวออกมาพูด เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2564 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่าจากกรณีที่เมียหลวงออกมาไลฟ์ขอความเป็นธรรม หลังสามีหนีไปแต่งงานกับเมียน้อยทั้งที่ยังไม่หย่า และเคยถูกขู่ฆ่า ขณะที่ฝ่ายเมียน้อยได้ออกมาขอโทษทั้งน้ำตา และบอกว่าจะขอเลี้ยงลูกคนเดียว ซึ่งทางรายการ ถามสุดซอย ได้เปิดใจสัมภาษณ์ คุณชาญ ฝ่ายสามี พร้อมด้วยคุณไพศาล เรืองฤทธิ์ ทนายความ เกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยมี ธัญญ่า ธัญญาเรศ เป็นผู้ดำเนินรายการ

เหตุผลที่ไม่ปิดหน้าเพราะอะไร ?

ชาญ : ผมต้องการบอกให้ทุกคนรู้ว่าสิ่งที่ผมทำผิด ผมยอมรับผิด

ไม่อาย ?

ชาญ : ผมเป็นลูกผู้ชาย ผมทำผิดผมก็ยอมรับผิด ผมไม่อาย พร้อมยอมรับกับกระแสสังคมที่ถาโถมกระหน่ำเข้ามา อีกมุมก็อยากมาชี้แจงในรายการว่าลูกผู้ชายคนหนึ่งที่อึดอัด (เสียงสั่น) เจ็บปวด มีอะไรบ้าง

เรื่องเจ็บปวดคือเรื่องอะไร ?

ชาญ : เดิมทีเราเริ่มรู้จักกันกับคุณอมรรัตน์ เดือนสิงหาคม ปี 2561 ก่อนรู้จักคุณอมรรัตน์เคยมีภรรยา แต่งงาน จดทะเบียน มีลูกสาว 2 คน และได้หย่าร้างกันไป อยู่ด้วยกัน 20 ปี แล้วหย่าร้าง มาเจอคุณอมรรัตน์ รู้จักตอนสิงหาคม – กันยายน ปี 61 ด้วยความเป็นญาติห่าง ๆ ไม่ใช่โดยสายเลือด ผู้ใหญ่แนะนำให้รู้จักกันแล้วไปมาหาสู่กัน ช่วยเหลือพูดคุยกันและกัน หลังผมเลิกรากับภรรยาคนเก่า พฤศจิกายน – ธันวาคม ปลายปี เราประกาศให้ผู้ใหญ่รับทราบว่าเราเริ่มคบกัน มีเหตุการณ์ในวันหนึ่งที่แม่คุณอมรรัตน์โรคประจำตัวกำเริบ อาการค่อนข้างหนัก มีญาติผู้ใหญ่ รวมถึงผมด้วย ให้ความเห็นว่าเป็นไปได้ไหมที่จะรับปากแต่งงาน อย่างน้อยให้ตายตาหลับ ผมก็พูดกับแม่ว่าผมเคยใช้ชีวิตคู่ 20 ปีแล้วเลิกรากันไป มันเจ็บพอสมควร ผมขอศึกษาดูใจผู้หญิงคนนี้สัก 4-5 ปี ได้ไหม ซึ่งแม่บอกว่าทำบุญเถอะลูก หลังรับปากอาการคุณแม่คุณอมรรัตน์ก็ดีขึ้นตามลำดับ ผมรับปากจะแต่งงานและพาผู้ใหญ่ไปสู่ขอช่วงเดือนธันวาคม และจัดงานแต่งงานวันที่ 18 มกราคม ปี 2562 ทุกอย่างก็ดำเนินมาด้วยดี

แล้วคุณชาญมาเจอคุณเมย์ตอนไหน ?

ชาญ : ขอย้อนไปอีกนิดหนึ่ง หลังจดทะเบียน การใช้ชีวิตเราสองคนขยับห่างออกไปนิดหนึ่ง เพราะผมบอกว่าไม่ต้องมาก็ได้ หลังจากนั้นคุณอมรรัตน์ก็ยังมาเรื่อย ๆ

จุดที่ทำให้เราเริ่มห่างกันและไปเจอกับคุณเมย์ตอนไหน ?

ชาญ : ผมอยากให้คุณอมรรัตน์ไปสร้างอาชีพตัวเองเพื่อมีรายได้ที่บ้าน เวลาส่วนหนึ่งก็ดูแลแม่ตัวเองใกล้ชิด บางช่วงก็ให้มาเยี่ยมเยียนถามข่าวดูแลสุขภาพพ่อแม่ผมด้วย เพราะห่างกันแค่ 15 นาที ผมก็พูดประมาณนั้นว่าเอาเวลาไปทุ่มเทกับการที่เราทำมาหากินจุนเจือรายได้ครอบครัวเราเถอะ

จุดที่พูดทำให้เราห่างกัน แล้วคุณชาญก็ไปพบคุณเมย์ ?

ชาญ : พบคุณเมย์ครั้งแรกที่ทำงาน คุณเมย์มาตรวจชิ้นงานที่ทางโรงงานผลิตให้ เห็นครั้งแรกไม่ได้ปิ๊งเลย เฉย ๆ ครับ ช่วงนั้นผมกับลูกสาวคนโตส่งอินบ็อกซ์มาหาว่าโจทย์คณิตศาสตร์ยากเหลือเกิน บางข้อแก้ไม่ได้ก็นึกถึงน้องเมย์ ช่วยได้ไหม ติดต่อลูกสาวผมโดยตรงได้ไหม เขาก็คุยกัน หลังคุยกันสนิทสนม พอมาทราบเรื่องเขาดูแลทุกเรื่องของลูกสาว ผมเริ่มประทับใจ ผู้หญิงคนนี้ไม่เคยเจอหน้ากันเลย แต่ทำไมถึงดูแลอาหารการกิน เงินทองที่ใช้แต่ละสัปดาห์เป็นยังไง ขัดสนไหม เรื่องการเรียน วิชาไหนมีปัญหายังไง รู้จักติวเตอร์ดี ๆ ตรงนั้นตรงนี้ ลูกสาวก็บอกว่าพี่เมย์เก่งนะคะพ่อ

แล้วคุณอมรรัตน์ รู้จักลูกสาวเราไหม ?

ชาญ : เคสนี้เป็นเคสที่บอกว่าพ่อคนหนึ่งเจ็บมากที่สุด ผมนึกถึงเรื่องนี้ทีไรผมเก็บอาการไม่อยู่ (ร้องไห้) ต้นปี 2563 ผมขออนุญาตคุณอมรรัตน์ ซึ่งหลังปีใหม่เขาจะมาหาผม ผมก็บอกว่า ขออนุญาตไปหาลูกนะ แต่จะนานมาก ผมจะพาแพงไปฝากกับป้าท่านหนึ่งที่แพงก็รู้จัก พอไปก็ให้เงินทั่วไป พาลูกสาวไปซื้อของ จับจ่ายใช้สอยของที่เกี่ยวกับการเรียนและที่ใช้ในชีวิตประจำวันลูกสาว โชคดีคุณแม่ของลูกสาวว่าง ก็สามารถพาเจ้าตัวเล็กมาหาผมได้ ทานข้าวด้วยกัน ผมก็บอกว่าผมอยู่กับลูกตรงนี้ ขอทานข้าวกับลูก มีความสุขกับลูกแป๊บหนึ่ง พูดจบไม่นาน กำลังป้อนข้าวลูกได้ 4-5 คำ ไม่เกิน 10 นาที เขาเดินเข้ามาตวาดกลางวงข้าวซึ่งคนเป็นร้อย ในห้างสรรพสินค้า บอกว่าเธอมีความสุขมากใช่ไหมกับเมียเก่ากับลูก ลูกสาวคนโตร้องไห้กระเจิง เสียสติไปเลย ลูกสาวคนเล็กข้าวยังอยู่ที่ปากร่วงหมด (ร้องไห้) ผมต้องรีบกอดมาอุ้มไว้ เขากลัวมาก

ผมวางเงินเสร็จก็วิ่งไปหาลูก ไม่รู้เขาวิ่งไปไหน เขาวิ่งกระเจิง ไม่รู้เขาโกรธผมหรือเปล่า แต่เขารู้ว่าผมมีใหม่เรียบร้อย แต่ที่เขาเสียใจ เพราะต้องการบรรยากาศความสุขกลับคืนมานิดเดียว ไม่ต้องห่วงผมจะไปรีเทิร์น ไม่มีทางเป็นไปได้ อยากให้ลูกมีความสุข เพราะคนโตเขารู้ว่าผมกับภรรยาหย่ากันแล้ว แต่กับคนเล็ก แม่เขาบอกว่าผมอยู่ต่างประเทศ (ร้องไห้) ทุกครั้งที่เห็นเครื่องบิน เขาก็ถามว่าผมอยู่ที่นั่นใช่ไหม ผมก็บอกว่าผมอยู่ต่างประเทศ พ่อไปนานมากนะงวดนี้ ก็บอกว่ามาได้ไม่นาน แล้วจะกลับไปต่างประเทศอีก

เหตุการณ์วันนั้นตัวเล็กร้องไห้ตัวสั่น ผมปลอบเขาอยู่นานมาก 2 ชั่วโมง เขาบอกว่าเมื่อไรพ่อจะอยู่กับหนูนาน ๆ หนูดูเครื่องบินตลอดเวลาว่าเมื่อไรพ่อจะลงมา จังหวะที่เราปลอบกัน ภรรยาเก่าก็ช่วยกันแต่จังหวะที่แม่กำลังขยับรถออกไป เขากระโดดลงจากรถ วันนั้นถ้าแม่เขาเหยียบเบรกไม่ทัน ลูกเสียชีวิต เหตุการณ์วันนั้นทำให้ผมโทษตัวเองอย่างมาก มันเจ็บปวดกับพ่อคนหนึ่งที่เกือบทำให้ลูกตาย (ร้องไห้)

หลังคุณอมรรัตน์มาโวยวาย ทำให้ลูกตกใจ ได้เคลียร์กันยังไง ?

ชาญ : ผมก็บอกว่าผมไม่เคยรังเกียจ แต่ขอให้รักคนของผม พ่อแม่ผม ลูกผม ตัวผมไม่เป็นไร ขอให้รักลูกผมด้วย ผมรักลูกคุณ พ่อแม่คุณ ญาติคุณทุกคน ผมดูแลด้วยจิตบริสุทธิ์ ดูแลกำลังกาย กำลังเงิน กำลังใจทุกอย่าง ทำไมคุณมาทำกับแก้วตาดวงใจผมขนาดนี้ ถ้าเขาตายไป ผมจะอยู่ยังไง ความรู้สึกตอนนั้นมันเจ็บปวดมาก ผมเลยบอกว่าถ้างั้นเราคงไปด้วยกันไม่ได้ จากนั้นผมก็ขับรถกลับจากกรุงเทพฯ ไปชลบุรี ผมก็ยังเจ็บฝังลึก แต่บอกตัวเองว่าเย็นไว้ เราเป็นญาติกัน เราคงไปด้วยกันยากแล้ว

ได้ขอเลิกไหม ?

ชาญ : ไม่ครับ แค่บอกว่าไปด้วยกันยาก เพราะคุณไม่ได้รักคนที่ผมรักเลย ทำไมทำกับผมขนาดนี้ เขาเงียบ ขอโทษก็ไม่มีสักคำ แต่เราก็ให้โอกาส ให้อภัยเขาอีกสักครั้ง แล้วผมก็พยายามลืม แต่ผมลืมไม่ได้ ไม่มีวันลืม (ร้องไห้) ที่ผมเกือบทำให้ลูกตาย

ลูกสาวก็ต้องเห็นข่าวพ่อ มีการอธิบายกันยังไง ?

ชาญ : ลูกสาวเข้าใจ ยังคุยกันดี

พอมาเจอคุณเมย์ คุณเมย์สนิทกับลูกแล้วมากลายเป็นความรักตอนไหน ?

ชาญ : กลางปี 2563

ทุกวันนี้ ที่คุณชาญก็ทำคุณเมย์ท้องและแต่งงานกัน ?

ชาญ : ก่อนหน้านั้นผมก็ทราบว่าเขาเลิกกับแฟนแล้ว ผมก็บอกคุณอมรรัตน์ว่าผมขอเลิกนะ ผมขอหย่าด้วย เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมายและศีลธรรม ผมขอหย่าให้ถูกต้อง เขาบอกว่าไม่เป็นไร เขาจะขอเก็บใบทะเบียนสมรสไว้ แต่คุณจะไปใช้ชีวิตกับใคร จะแต่งงานกับใคร จะมีลูกกับใคร คุณไปเถอะ เราแยกกันอยู่ เขาพูดอย่างนี้

คุณอมรรัตน์ (อยู่ในสาย) คุณชาญบอกว่าคุณอมรรัตน์เองเคยบอกว่าจะไม่จดทะเบียนหย่า แต่อนุญาตให้คุณชาญไปมีผู้หญิงอื่นได้ ?

อมรรัตน์ : ไม่ถูกค่ะ ดิฉันไม่เคยยินยอมเลยค่ะ

สิ่งที่เคยคุยกันประเด็นนี้ คุณชาญพูดถึงผู้หญิงอีกคนยังไง ?

อมรรัตน์ : เราก็ไม่ค่อยได้คุยกัน เพราะเขาบอกว่าเขาจะจัดการ เดี๋ยวทุกสิ่งทุกอย่างจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม ให้เราอยู่นิ่ง ๆ เฉย ๆ ไว้ ไม่ต้องโพสต์อะไรในเฟซบุ๊กมากมาย เดี๋ยวทุกอย่างจะกลับมาเหมือนเดิม เขาให้ความหวังดิฉันมาตลอด ตอนนั้นก็เชื่อ แต่ในใจก็รู้ว่าเขาโกหก ตอนคุณชาญขอเลิกขอหย่า ตอนนั้นทำไมไม่เลิกกับเขา ?

อมรรัตน์ : เรายังไม่อยากเลิกค่ะ เขายังให้ความหวังเราอยู่ เราก็คิดว่าถ้าเขาอยู่ด้วยกุันไม่ได้ก็คงกลับมา เพราะสามีมาบ้านก็ไม่เคยบอกเลิกอะไรเลย

คุณชาญบอกว่าคุณอมรรัตน์ไปโวยวายระหว่างที่เขาทานข้าวกับลูกและภรรยาเก่า ทำให้ลูกตกใจมาก ?

ชาญ : ดิฉันไม่ได้ขึ้นไปโวยวายค่ะ เขาบอกว่าแพงขึ้นมาเหรอ ก็ให้นั่ง แล้วลูกสาวกับภรรยาเก่าเขาก็ยกมือไหว้ค่ะ แล้วภรรยาเก่าก็ลุกขึ้นโวยวาย ดิฉันไม่อยากต่อปากต่อคำ เพราะอยู่ในร้านของห้างก็เลยเดินออกมา

เหมือนหนังคนละม้วน เหตุการณ์ทุกอย่างเป็นแบบนี้แล้ว จะทำยังไงต่อไป ?

อมรรัตน์ : ดิฉันจะขอความเป็นธรรมตามกฎหมาย ให้คุณทนายดำเนินการให้ทุกอย่างค่ะ

นับจากนี้ไปกับคุณชาญจะยังไงต่อ ?

อมรรัตน์ : ไม่พูดถึงอีกแล้วค่ะ จะหย่าค่ะ ทำการฟ้องหย่าค่ะ

ตอนนี้คุณแม่เป็นยังไงบ้าง ?

อมรรัตน์ : จิตใจก็ย่ำแย่ค่ะ กลัวลูกสาวจะเป็นอะไรไป เพราะโดนข่มขู่ทุกสิ่งทุกอย่าง คนข่มขู่ก็ตามที่ไลฟ์ค่ะ แม่เขาก็แก่ ก็คิดมาก เขาบอกจะมีนายทหารใหญ่ นายตำรวจใหญ่ขึ้นมาบ้าน ให้ระวังตัวไว้ ผมเตือนแล้วนะถ้าไม่ลบโพสต์ เราก็กลัว

ผู้หญิงอีกคนเขาขอโทษเราแล้ว จะให้อภัยไหม ?

อมรรัตน์ : ทุกอย่างขอให้เป็นไปตามกฎหมายค่ะ

สรุปเรื่องยังไง คุณอมรรัตน์บอกไม่ได้เป็นฝ่ายโวยวาย แต่เป็นภรรยาเก่าที่ลุกขึ้นมาโวยวาย ?

ชาญ : ก่อนหน้านั้นช่วงที่เขาเข้ามา เขาก็พูดจาไม่ค่อยดี ผมก็บอกว่าให้นั่งก่อน ให้ใจเย็น ๆ ก่อน เขาบอกมีความสุขมากใช่ไหม กับภรรยาเก่ากับลูก คุณขึ้นมาทำไม ผมบอกว่าอย่าขึ้นมา ผมไลน์บอกเขาทุกช่วงเวลาว่าทานข้าวอยู่ที่ไหน ผมไม่เคยปิดบัง พอเขาพูดผมก็บอกใจเย็น ๆ นั่งลงก่อน ภรรยาเก่าก็ค่อนข้างมีอารมณ์ก็ต่อว่ากัน ว่าขึ้นมาทำไม หลังจากนั้นลูกผมก็ร้องไห้วิ่งกระเจิงกันไปหมดเลย

เรื่องการขู่ เราขู่เขาจริงไหม ?

ชาญ : มันคนละช่วงเวลากัน ต้นปีนี้ผมก็โทร. ไปหาคุณอมรรัตน์อีกครั้ง บอกว่าผมขอหย่าดี ๆ แล้วกัน แต่จะให้ดูแลแบบไหนก็ตกลงกัน ผมไม่มีเวลาไปคุย แต่คุยกันทางโทรศัพท์ก่อน ถ้าตกลงเดี๋ยวเอาผู้ใหญ่ไปคุย เขาก็บอกว่าถ้าจะหย่าเอามา 2 ล้าน

แล้วได้ขู่ไหม ?

ชาญ : จริงครับ ด้วยความโมโหสุด ๆ ตอนนั้น ด้วยความผูกพันเราเป็นญาติกัน ตอนอยู่ด้วยกัน ยุงกัดเขาผมยังไม่กล้าตบ เพราะกลัวเขาเจ็บ ก่อนช่วงเขาไลฟ์ เขาไปเจอที่ผมโพสต์ว่าขอใช้ชีวิตกับภรรยาคนใหม่ เป็นภาพเวดดิ้งกับน้องเมย์ เขาเอาภาพนั้นไปแนบกับรูปภาพผมกับเขาที่มีทะเบียนสมรส ผมก็บอกว่าลบได้ไหม เพราะเดี๋ยวจะมีคนตายเกิดขึ้นนะ ผมก็หมายถึงน้องเมย์จะเสียใจจนผมก็ขาดสติโมโหอย่างมาก ก็เลยขู่เขาไป แต่ผมไม่ทำหรอกครับ

แล้วจะยังไงต่อไป ?

ชาญ : ด้วยเราศึกษาดูใจกันค่อนข้างจะสั้น ทัศนคติไม่ตรงกันหลาย ๆ เรื่องแต่เหตุการณ์เกิดขึ้นมาแล้ว ผลกระทบทุกอย่างผมยอมรับผิดคนเดียว และยังจะดูแลเขาต่อไป และดูแลน้องเมย์ ผมเป็นห่วงลูกมาก

ทุกวันนี้เลิกกับคุณอมรรัตน์หรือยัง ? ชาญ : ทางพฤตินัยเด็ดขาดครับ ก็มีโทร. คุยครั้งสุดท้ายก่อนเขาไลฟ์ว่าผมไปขู่ฆ่า ซึ่งจริง ๆ ไม่ใช่ ผมข

อให้ลบภาพบุคคลที่สามที่ไม่เกี่ยวข้องได้ไหม ตอนนี้ใจผมเป็นห่วงลูกมาก น้องเมย์เขาท้องอยู่

กับคุณเมย์จะยังไง ?

ชาญ : ขอแสดงความรับผิดชอบดูแลน้องเมย์กับดูแลลูก

เมย์เขาว่าไงบ้าง?

ชาญ : ตามที่น้องได้บอกไปเมื่อวาน ผมเป็นลูกผู้ชาย ผมทำผิดก็ยอมรับผิด แต่ผมจะดูแลน้องเมย์และดูแลลูก

เรายังมีทะเบียนสมรสกับภรรยาเก่า อะไรทำให้ตัดสินใจไปแต่งงานกับผู้หญิงอีกคน ไม่กลัวปัญหาจะเกิดแบบนี้เหรอ ?

ชาญ : ด้วยผมคุยกับคุณอมรรัตน์ เขาบอกไม่หย่า ผมเข้าใจนะด้วยเรื่องศีลธรรมกฎหมาย แต่นี่คือชีวิต ผมอยากให้เขารักคนของผม

คุณเมย์เขาทราบไหมว่าคุณยังไม่ได้หย่าตอนแต่งงาน ?

ชาญ : ผมไม่ได้บอกเขา ผมบอกแค่ว่าผมเคลียร์แล้วนะ ผมขอเลิกเขาแล้วนะ

ไพศาล : คุณรู้ดีเรื่องศีลธรรมและกฎหมาย คุณรู้ไหมการกระทำแบบนี้ ต้องดูไปที่สังคม คุณมีลูกสาว 2 คนด้วย คุณคิดถึงผลกระทบเรื่องนี้หรือเปล่า ไม่มีใครยอมรับได้ จะอ้างเหตุผลร้อยแปดว่าคบกันมาปีกว่า แต่เขาไม่ได้ดูแลห่วงใยลูกคุณ ถ้าคุณอ้างแบบนี้แล้วผู้ชายหลาย ๆ คนในประเทศทำแบบนี้ จะเกิดความวิบัติในสังคมไหท ผมถามในฐานะนักกฎหมายด้วย เพราะเรื่องนี้ผมก็ไม่โอเค มันผิดศีลธรรม ไม่ต้องพูดเรื่องกฎหมายหรอก คุณผิดแน่นอน คำว่ารักลูกของคุณ ต้องไม่มีผลกระทบไปที่ลูกสาวของคุณ ขอพูดว่ามันเป็นตรรกะที่ผิด ผมเข้าใจหัวอกเมียหลวงนะ เขาโดนผลกระทบแบบนี้ อย่างที่พูดว่าผู้ชายผู้หญิงถ้าไม่ร่วมกันตบมือก็ไม่ดังหรอก ต่อให้รู้หรือไม่รู้ก็ผิด ต่อให้น้องเขาสนิทกับผม มันก็น่าเสียใจตรงที่เด็กคนนี้อยู่ใกล้ตัวผม และน่าเสียใจสุดคือคุณอายุมากกว่าเขา คุณมีวิจารณญาณแล้ว การที่คุณบอกว่าคุณรู้จักศีลธรรม รู้จักกฎหมาย ถ้าเป็นจริงคุณไม่ทำแบบนี้หรอก

ถ้าผู้ชายอยากหย่ากับภรรยา แล้วภรรยาไม่ยอมหย่า สามารถฟ้องหย่าได้ไหม ?

ไพศาล : มันต้องมีเหตุ เช่นทิ้งร้างเกิน 1 ปี ยกย่องภรรยา หรือชายอื่น ถ้าอยู่กันไม่ได้พูดคุยกัน ถ้าตกลงกันไม่ได้ คุณไม่มีสิทธิ์ไปแต่งงานใหม่ คุณเป็นคนในสังคม บริบทในสังคมมันจะบิดเบี้ยวเลย ถึงคุณบอกว่าเป็นชีวิตจริง เป็นความรักของคุณ คุณอยู่กันไม่ได้ เขาทำให้ลูกเสียใจ ทำให้คุณเสียใจ แต่ผมว่าตอนนี้คุณกำลังทำร้ายตัวเอง ทำร้ายผู้หญิงสองคน และเด็กอีก ที่ถามว่าทำยังไงให้หย่าได้ มีทางเดียวคุณไปตกลงกัน ถ้าตกลงกันไม่ได้ก็ต้องอยู่กันไปแบบนี้ ทะเบียนสมรสเป็นข้อกำหนดกฎหมายให้ซื่อสัตย์ต่อกัน คุณไม่ต้องมาอ้างว่าปีกว่า มันไม่ใช่ประเด็น

มีอะไรอยากบอกคุณอมรรัตน์ ?

ชาญ : ที่ผ่านมา ทำให้คุณอมรรัตน์และญาติ ๆ ต้องผิดหวัง พ่อแม่พี่น้องทุกคน ผมขอโทษนะครับ ผมยอมรับผิดทุกประการ แต่ในมุมหนึ่งเราคือญาติกัน ผมก็พร้อมดูแลเขาต่อไป ซึ่งจากประเด็นที่เขาบอกว่าผมไม่ได้ส่ง ผมยังส่งดูแลอยู่ แต่ส่งผ่านพ่อแม่ผม อย่างน้อยผมอยากให้เขาไปเยี่ยมเยียนถามข่าวพ่อแม่ผมบ้าง ผมขอโทษที่ทำผิดกับคุณอมรรัตน์ ด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ ระยะเวลาที่อยู่ด้วยกันมันน้อย ศึกษาดูใจกันน้อย ทัศนคติหลายอย่างไม่ตรงกัน มันเลยเถิดมาเป็นเหตุการณ์ปัจจุบันนี้

อยากบอกอะไรสังคม ?

ชาญ : ผมทำผิดผมยอมรับผิด ผมรู้ว่าสิ่งที่ทำมันผิดศีลธรรม ผมยอมรับผิดทุกการประณาม ขอให้ทุกคนที่ประณาม ประณามผมคนเดียว