ยิงกี่นัด ถึงเป็นการ ป้องกันตัวเอง ไม่ผิด กฏหมาย

บทความที่น่าสนใจ

วันนี้เรานำ เรื่องการใช้อาวุธมานำเสนอ ถ้าเกิดสิ่งที่ไม่ดีขึ้นมาแล้ว เราจะสามารถ ดูแลคนในครอบครัว หรือ ปกป้องทรัพย์สิน เราได้ อย่างไร เมื่อเราอยู่ในบ้าน โดย การยิงเพื่อปกป้องชีวิตนั้น หรือ ปกป้องทรัพย์สินของตัวเองนั้น ปัจจุบัน ยังไม่มีกฎหมายมาตราใด ที่กำหนดไว้ว่า “จะยิงได้ กี่นัด”ทั้งนี้ เมื่อมีภัยคุกคาม เราสามารถใช้อาวุธป้องกันตัวได้ โดยการยิง สรุปคร่าวๆ คือ จนกว่าภัยคุกคามนั้น จะ “หมดสภาพ” ความเป็นภัยคุกคาม หรือ “ยิงได้จนกว่าอันตรายจะหมดไป” นั่นเอง ท่านสามารถ ศึกษาได้ตามตัวอย่างด้านล่าง

 

อย่างเช่น ตัวอย่างที่หนึ่ง

คนร้าย เดินเข้าไปในบ้าน นายดำ และ ยิงปืน 1 นัด พร้อมทั้งแสดงอาการจะทำร้าย นายดำ นายดำ จึงเข้าบ้าน ไปเอาปืน ยิงกลับไปเป็น จำนวน 5 นัด เข้าที่ตัว ของคนร้าย แต่คนรายก็ ยังไม่ล้มลง และ ยังคงเป็นภัยคุกคาม อยู่ นอกจากนั้น คนร้าย ก็ยังสามารถหลบหนีออกไปจากบ้านของ นาย บีได้

 

(เมื่อคนร้าย หนีไปแล้ว , นายดำ จะตามไปยิงต่อไม่ได้ เพราะถือว่า คนร้าย ไม่เป็นภัยคุกคามแล้ว) เช่นนี้ ถือได้ว่า นายดำ ได้กระทำไปเพื่อป้องกันตน และเป็นการกระทำที่ “พอสมควรแก่เหตุ” นายดำ จึงจะไม่มีความผิด ในกรณีนี้

ตัวอย่างที่สอง

คนร้าย ขับรถเข้ามาในบริเวณบ้านของ นายแดงเพื่อจะบังคับ ลูกสาวของนายแดง ซึ่งเคยเป็นภริยาของ คนร้าย ให้กลับไปอยู่ด้วยกันเช่นเดิม จากนั้นก็เกิดการโต้เถียงกัน พ่อของลูกสาว พูดจาห้ามปราม แต่ คนร้าย ไม่ฟัง และได้ลงจากรถพร้อมกับถืออาวุธมีดยาว เดินเข้ามาทำท่าจะทำร้าย

 

นายแดงจึง วิ่งขึ้นไปบนบ้านหยิบเอาอาวุธปืนยาว ซึ่งเป็นอาวุธปืนที่ นาย บีได้รับอนุญาตให้มี และใช้ได้ ลงจากบ้าน เพื่อห้ามปรามมิให้ คนร้าย  ทำร้ายหรือทำลายทรัพย์สินของตน แต่คนร้าย ยังคงบังคับ ลูกสาวของนายแดง กลับไป อยู่ด้วย

ขณะนั้น คนร้าย  ได้มาดึงลูกสาวของนายแดง และกอดไว้  จึงไม่ถือว่า นายแดง“สมัครใจเข้าทะเลาะวิวาท” กับ คนร้าย  สักครู่ คนร้าย  สะบัดตัวหลุด และเดินเข้าหา นายแดงเพื่อทำร้ายจนอยู่ห่างกันประมาณ หนึ่ง วา และมีอาวุธมีดยาวในมือ

ซึ่งถือว่าเป็นภัย อันตราย ที่ใกล้จะถึงแล้ว นายแดงย่อมมีสิทธิจะป้องกัน ตัว เนื่องจากหากปล่อยให้ คนร้าย  เข้ามาใกล้กว่านั้น โอกาสที่จะใช้อาวุธปืนยาว ยิงเพื่อป้องกันตัวก็จะทำได้ยาก นายแดงใช้อาวุธดังกล่าวยิงไปที่ คนร้าย  1 นัด แต่ คนร้าย  ก็ยังเดินเข้ามาหา นาย บีอีก นาย บีจึงยิง คนร้าย  อีก 2 นัด ติดต่อกัน คนร้าย  ล้มลง

 

นับว่าเป็นการกระทำ “พอสมควรแก่เหตุ” ในสถานการณ์ เช่นนั้น แต่หลังจาก คนร้าย  ล้มลงไปแล้ว นายแดงยังเดินเข้าไปยิง คนร้าย  ซ้ำอีก 2 นัด จึงเป็นการกระทำเกินสมควรแก่เหตุ นายแดงจึงมีความผิด

ดังตัวอย่างที่นำมาเสนอนี้ จะเห็นได้ว่า “ประเด็นสำคัญ” ของการใช้อาวุธปืน ในการป้องกันตัว คือ

เมื่อ มีภัยคุกคามนั้น “ไม่มีสภาพ” เป็นภัยคุกคามอีกต่อไป ยังไงท่านที่มีปืน เพื่อใช้ในการป้องกันตัว ก็ควรเก็บรักษา และใช้ในยามจำเป็น เท่านั้น อย่า วู้วาม หรือทำอะไรที่ ไม่คิดก่อนลงมือทำกันนะครับ

 

ขอบคุณที่มา: www.gunlover.info