โลกของ “เครื่องในสัตว์” กินดีมีประโยชน์ ช่วยเซฟโลก

บทความที่น่าสนใจ

เครื่องในสัตว์ เป็นส่วนที่อยู่ในตัวสัตว์มีประโยชน์มากมายอีกด้วยใครชอบทานเครื่องในอยู่แล้วก็เป็นเรื่องที่ดีมากๆอีกด้วย ยิ่งกินยิ่งดียิ่งมีประโยชน์แล้วเพื่อนๆที่ทานเป็นประจำเคยรู้ไหมว่าส่วนไหนมีประโยชน์อย่างไรบ้าง วันนี้เรามีบทความดีๆเกี่ยวกับเครื่องในสัตว์มาบอกกันว่าส่วนไหนมีประโยชน์ต่อร่างกายของเราอย่างไรบ้าง

“เครื่องในสัตว์” เคยเป็นอาหารยอดนิยมที่มีราคาสูง แต่ในปัจจุบันความนิยมในการกินเครื่องในสัตว์ค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ เพราะมีความเชื่อว่าอย่างมากว่าการกิน “เครื่องในสัตว์” ก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ บ้างไม่กล้ากินเพราะคิดว่าเป็นส่วนที่ดูไม่น่ากินสักเท่าไหร่ วันนี้ Wongnai มาไขความกระจ่างจุดแสงสว่างให้กับสมอง เพื่อตอบข้อสงสัยว่า “เครื่องในสัตว์” คือส่วนไหนของสัตว์แ่ละชนิดบ้าง ? กินแล้วมีประโยชน์หรือไม่ ? และกินแล้วสามารถช่วยโลกได้อย่างไร ? ถ้าอยากรู้ รีบตามมาอ่านกันได้เลยจ้า

1.เครื่องในสัตว์คืออะไร ? มีส่วนไหนบ้าง

เครื่องในสัตว์ คือ อวัยวะภายในของสัตว์ที่ถูกชำแหละ โดยไม่รวมถึงกล้ามเนื้อและกระดูก มีมากมายหลายส่วน แต่ส่วนที่เป็นที่นิยมโดยทั่วไปคือ

ตับ

ไต
ตับ เป็นอวัยวะกำจัดพิษ (Detox) และเป็นเครื่องในที่คุณค่าทางโภชนาการสูง จนถูกเรียกว่าเป็น ”วิตามินรวมของธรรมชาติ” เมนูที่นิยมใช้ตับมาทำ ได้แก่ ผัดตับดอกกุยช่าย ตับทอดกระเทียม เป็นต้น
ไต สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมีไตสองข้างเช่นเดียวกับมนุษย์ ซึ่งไตเป็นอวัยวะที่มีหน้าที่กรองของเสียและสารพิษออกจากกระแสเลือด ไตหมูในภาษาจีน เรียกว่า “เซี่ยงจี๊” มักนิยมนำมาทอด หรือย่าง

หัวใจ

ส่วนอื่นๆ
หัวใจ หน้าที่ของหัวใจคือสูบฉีดเลือดเพื่อไปหล่อเลี้ยงทั่วร่างกาย หัวใจดูไม่น่าจะกินได้ แต่จริง ๆแล้วหัวใจมีไขมันน้อย และมีรสชาติดี นิยมมา อบ ย่าง และทอด อื่น ๆ สัตว์แต่ละชนิด มีอวัยวะที่แตกต่างกัน เช่น กึ๋นไก่ คือ กะเพาะบดอาหาร มีหน้าที่บดอาหารเนื่องจากไก่ไม่มีฟัน จึงต้องมีกึ๋นไว้บดอาหารให้มีขนาดเล็กลง มีลักษณะเป็นก้อนกลม-รี ขนาดไม่ได้ใหญ่มาก หลายคนมักจะนำ “กึ๋น” มาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วเสียบไม้ย่าง ไส้หมู มีทั้งหมด 2 ส่วน ได้แก่ ไส้อ่อน (ลำไส้เล็ก) และไส้ใหญ่ (ลำไส้ใหญ่) เป็นส่วนที่สามารถนำมาประกอบอาหารได้ทั้ง ต้ม ผัด ทอด เป็นต้น ไส้ตันหมู หลายคนเข้าใจว่าคือส่วนของไส้ แต่แท้จริงแล้วคือส่วนของรังไข่หมู นิยมนำมาย่าง หรือกินเคียงกับก๋วยเตี๋ยว ผ้าขี้ริ้ว ผ้าขี้ริ้วเป็นเนื้อส่วนกระเพาะอาหารของสัตว์ ผ้าขี้ริ้วส่วนมากมาจากวัวและควาย มีเนื้อสัมผัสที่ต้องเคี้ยว

2.กิน “เครื่องในสัตว์” ทำให้คลอเรสเตอรอลสูง 

กิน “เครื่องในสัตว์” ทำให้คลอเรสเตอรอลสูง เครื่องในมีคลอเรสเตอรอลสูงไม่ว่าจะมาจากสัตว์ชนิดใด เช่น ส่วนของสมอง 100 กรัมประกอบด้วยคลอเรสเตอรอล 1,033% ของปริมาณสารอาหารที่ร่างกายต้องการต่อวัน ส่วนของไต และตับ คือ 239% และ 127% ตามลำดับ ซึ่งคลอเรสเตอรอลมีส่วนสัมพันธ์กับโรคหลอดเลือดอุดตัน และโรคหัวใจ แต่ตับของมนุษย์มีการผลิตคลอเรสเตอรอลอยู่แล้ว เมื่อเรากินอาหารที่มีคลอเรสเตอรอลสูง ตับของเราจะตอบสนองด้วยการผลิตคลอเรสเตอรอลน้อยลง ทำให้การกิน “เครื่องในสัตว์” ไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ทำให้คลอเรตเตอรอลสูง แต่อย่างไรก็ตาม บุคคลบางกลุ่มที่มีความไวต่อคลอเรสเตอรอลในอาหาร เมื่อบริโภคอาหารที่มีคลอเรสเตอรอลสูง ปริมาณคลอเรสเตอรรอลรวมในร่างกายก็เพิ่มขึ้นด้วย ดังนั้นการกิน “เครื่องในสัตว์” ก็คล้ายกับไข่แดง คือสามารถรับประทานได้ แต่ควรรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่มากเกินไป เนื่องด้วยไขมันในเครื่องในสัตว์เป็นไขมันอิ่มตัว จึงมีสิทธิ์กลายเป็นก้อนไขมันส่วนเกินไปเกาะในร่างกาย ทำให้เกิดการอุดตันได้ ดังนั้นการกินให้ดีมีหลักง่ายคือ กินเครื่องในที่ไม่ผ่านการทอด ย่าง หรือเลือกกินแบบไร้มัน และควรกินให้หลากหลายเข้าไว้

ข้อแนะนำ
คนที่ควรกินเครื่องใน คือ คนที่ใช้ทั้งพลังสมองและพลังกาย เช่น นักกีฬา เด็กวัยเรียน ผู้ใหญ่วัยทำงาน ผู้ป่วยเลือดจางจากการขาดธาตุเหล็ก โดยมีเทคนิค คือรับประทานร่วมกับวิตามินซี เพื่อช่วยให้ดูดซับได้ดีขึ้น เช่น กินตับย่าง กับส้มตำที่มีส่วนผสมของน้ำมะนาว เป็นต้น บุคคลที่ต้องระวังในการกิน “เครื่องในสัตว์” คือ ผู้สูงวัย คนป่วยไขมันสูง ผู้ป่วยที่เป็นโรคเกาต์ โรคกระเพาะ โรคกรดไหลย้อน ความดันโลหิตสูง และผู้ป่วยมะเร็ง กลุ่มคนที่มีความไวต่อการรับประทานเครื่องในสัตว์ในปริมาณมาก และอาจต้องจำกัดการบริโภค เช่น หญิงมีครรภ์ และคนที่เป็นโรคเกาต์ ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม

3.ประโยชน์ของเครื่องในสัตว์

ประโยชน์ของเครื่องในสัตว์
สารอาหารของเครื่องในแต่ละชนิดแตกต่างกันเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับว่ามาจากสัตว์ชนิดใด และเป็นอวัยวะส่วนใด โดยส่วนมากเครื่องในจะมีคุณค่าทางโภชนา ดังนี้

มีวิตามินบี12 วิตามินที่ละลายได้ในน้ำมัน เช่น วิตามินเอ ดี อี และเค เป็นโปรตีนชั้นเยี่ยม ช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อ ซึ่งโปรตีนจากสัตว์ประกอบไปด้วยกรดอะมิโนทั้งหมด 9 ชนิดที่จำเป็นต่อร่างกายโคลีน เครื่องในสัตว์เป็นแหล่งของโคลีนที่ดีที่สุดในโลก ซึ่งโคลีนเป็นสารอาหารสำคัญที่มีผลต่อสุขภาพสมองกล้ามเนื้อ และตับ ซึ่งส่วนมากหลาย ๆ คนมักจะได้รับไม่เพียงพอ ธาตุเหล็กสูง ซึ่งอยู่ในรูปของฮีม (Heme Iron) เมื่อกินเข้าไปจะไปจับกับกรดอะมิโนโกลบูลินซึ่งมีความเข้ากันทางชีวภาพสูง ดังนั้นเมื่อเข้าสู่ร่างกาย ธาตุเหล็กในเนื้อจะสามารถถูกดูดซึมได้ดีกว่าธาตุเหล็กที่ไม่ได้อยู่ในรูปของฮีม (Non-heme Iron) ที่พบในอาหารจากพืช นอกจากนี้ “เครื่องในสัตว์” ยังช่วยให้เราอิ่มได้นานขึ้น หลายการศึกษาแสดงว่า อาหารที่มีโปรตีนสูงสามารถลดความอยากอาหารลงและเพิ่มความรู้สึกอิ่ม นอกจากนั้นยังช่วยสนับสนุนการลดน้ำหนักเนื่องจากมีอัตราการเผาผลาญสูงขึ้น และยังมีราคาที่ถูกลงอีกด้วย แต่ยังไม่หมดเท่านี้นะคะ “เครื่องในสัตว์” ยังสามารถช่วยโลกได้ สงสัยกันล่ะสิ ว่าช่วยได้อย่างไร ? ไปค่ะ…ตามไปหาคำตอบพร้อม ๆ กัน.ในข้อได้เลยจ้า

4.รู้หรือไม่ ? การกิน “เครื่องในสัตว์” ของเราคือการช่วยโลก

ในบ้านเราอาจจะรู้สึกว่าการกิน “เครื่องในสัตว์” เป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับบางคนก็ยังไม่มั่นใจในการกินเนื่องจากเป็นส่วนอวัยวะอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ ส่วนเนื้อที่คุ้นเคย และยิ่งคนในโลกตะวันตก นี่คือสิ่งที่โดยทั่ว ๆ ไปเขาไม่กินกันทำให้ “เครื่องใน” พวกนี้มีเหลือทิ้ง ถึงแม้ว่าจะสามารถนำไปทำอาหารสัตว์ได้ แต่ในความเป็นจริง ยังมีอีกหลายอย่างที่มนุษย์ยังไงก็ไม่กินอยู่แล้ว และสามารถทำอาหารสัตว์ได้อีกจำนวนมาก ดังนั้นอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ไม่มีความจำเป็นอะไรเลยที่จะใช้เครื่องในสัตว์ และปัญหาที่มากกว่านั้นก็คือ การกินแต่เนื้อสัตว์ทำให้ต้องมีสัตว์ถูกเลี้ยงมาเป็นอาหารมากขึ้น เพราะคนกินแต่เนื้อ ทิ้งเครื่องในไปหมด และผลของการเลี้ยงสัตว์มากขึ้น มันก็ทำให้โลกร้อนขึ้น ในเยอรมันนีมีการวิจัยว่าการกิน “เครื่องในสัตว์” สามารถลด “ก๊าซเรื่องกระจก” (ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน) ได้ประมาณ 14% โดยต้นเหตุประมาณ 14% ของภาวะโลกร้อนนั้นเกิดจากการเลี้ยงปศุสัตว์ของมนุษย์ ยิ่งมนุษย์ต้องการกินเนื้อสัตว์มาก ก็จะยิ่งมีการเลี้ยงสัตว์มาก และโลกก็จะยิ่งร้อนขึ้น หากเปลี่ยนอาหารการกินของมนุษย์แบบไปกินพืชเป็นหลักจะสามารถช่วยโลกได้ แต่ในทางปฏิบัติเป็นสิ่งที่ทำได้ยากในเมื่อยังไงมนุษย์ก็จำเป็นต้องกินเนื้อสัตว์เพื่อดำรงชีวิตต่อไป ดังนั้นวิธีการที่สามารถทำได้จริงคือ การพยายามเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคเนื้อสัตว์ เช่น การกินไก่แทนกินเนื้อ เพราะกระบวนการผลิตเนื้อไก่มันก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่ากระบวนการผลิตเนื้อวัว หรือ การกินเนื้อสัตว์ทุกส่วนให้หมด หรือที่เราเรียกรวม ๆ ว่า “เครื่องในสัตว์” นั่นเอง

รู้แบบนี้แล้วเพื่อนๆต้องหามาทานกันบ่อยๆแล้วนะ เพราะมันมีประโยชน์มากๆอีกทั้งยังหาซื้อมาทานได้ง่ายๆอีกด้วย และยังสามารถนำมาทำอาหารได้หลากหลายเมนูและยังอร่อยๆทุกเมนูด้วยนะ ไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหมคะ ? ว่าเพียงกิน “เครื่องในสัตว์ ” ก็สามารถเพิ่มทางเลือกช่วยให้มีการลดการเลี้ยงสัตว์ลดลง และเพื่อสุขภาพที่ดี ไม่เสี่ยงต่อโรคก็ควรกินในปริมาณที่พอเหมาะ ทั้งอิ่มท้อง ทั้งได้ประโยชน์ สบายกระเป๋าตังค์ แถมยังได้ช่วยลดสภาวะโลกร้อนจากทางของอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์อีกด้วย

บทความและรูปภาประกอบโดย Wongnai