5 วิธีขับรถลุยน้ำท่วม รู้ไว้รถจะได้ไม่พัง

บทความที่น่าสนใจ

ช่วงนี้ฝนตอบ่อยและมีน้ำท่วงขังหลายพื้นที่ใครที่ต้องใช้รถในช่วงที่มีน้ำขังหรือน้ำท่วม เรามีเทคนิดดีในการใช้รถในช่วงน้ำท่วมมาฝากกัน
ใกล้จะเข้าหน้าฝนกันแล้วนะคะ หลายพื้นที่ต้องได้รับผลกระทบจาก อุ ท ก ภั ย มีน้ำขังเป็นบริเวณพื้นที่ จึงทำให้การสั ญ จ รไปมาไม่สะดวก บางที่ถึงกับรถเข้าออกไม่ได้ แต่ถ้าเราต้องขับรถฝ่าเข้าไปจริงๆ เราก็มีข้อมูลมาให้ศึ ก ษ ากัน โดยก่อนอื่นเรามาประเมินสถานการณ์ก่อนลุยน้ำกันค่ะ

ประเมินการณ์ก่อนลุยน้ำ

สำหรับรถยนต์แบบต่างๆจะมีความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถโดยประมาณ ดังนี้

1.รถเก๋งเล็ก ระดับต่ำสุดจากพื้นเฉลี่ย 14.5 เซนติเมตร

2.รถกระบะเตี้ย ระดับต่ำสุดจากพื้นเฉลี่ย 18 เซนติเมตร

3.รถกระบะยกสูง ระดับต่ำสุดจากพื้นเฉลี่ย 22 เซนติเมตร

4.รถอเนกประสงค์ ระดับต่ำสุดจากพื้นเฉลี่ย 22 เซนติเมตร

หรือเราลองมองจากรถคันหน้า และฟุตบาทข้างทางเป็นการประเมินด้วยสายตาก็ได้ค่ะ

1.ปิดแอร์ เปิดกระจก
เพราะใบพัดอาจพัดน้ำเข้าเครื่องได้ หรือเข้าระบบไฟฟ้าได้ อาจเกิดไ ฟ ช็ อ ตและทำให้เครื่องยนต์ดับ แถมยังมีความเ สี่ ย งที่ใบพัดลมจะหักอีกด้วย

2.ใช้เกียร์ต่ำ
ใช้เกียร์ต่ำ หากเป็นเกียร์ธรรมดาให้ใช้เกียร์ 1-2 เพราะรถต้องใช้แรงในการฝ่าน้ำ ควบคุมความเร็วรถให้ต่ำ รถเบาดับ ย า กที่สุด ส่วนกรณีที่เป็นเกียร์อัตโนมัติก็ปรับตำแหน่งคันเกียร์มาที่ L เสมอ

3.รั ก ษ า ความเร็วต่ำให้สม่ำเสมอ
หรือรั ก ษ า รอบเครื่องยนต์ไว้ที่ 1,500-2,000 รอบต่อนาที ไม่ขับเร็วเพราะอาจทำให้เกิดคลื่นน้ำที่จะกระทบกับขอบทางเท้าหรือสิ่งกีดขวางอื่นแล้วย้อนกลับเข้ามาที่ตัวรถได้ นอกจากนี้การขับตามคันหน้าในระยะที่ป ล อ ด ภั ยนับเป็นเรื่องดี เพราะจะทำให้สามารถคาดการณ์ลักษณะของพื้นผิวถนนที่จมอยู่ใต้น้ำได้ เรียกง่าย ๆ ว่าให้คันหน้าช่วยนำทางนั่นเอง

4.เหยียบเบรคย้ำๆ
หากเราขับผ่ านจุดน้ำท่วมมาแล้ว ให้เราเหยียบเบรคย้ำๆ เพื่อเป็นการไ ล่ น้ำออกจากผ้าเบรค ซึ่งจะเป็นการเช็กว่าระบบเบรกยังใช้งานได้ปรกติ และหลังจากนั้นควรขับรถต่อไปอีกสักระยะหรือประมาณ 20 นาที เพื่อไล่น้ำหรือความชื้นที่ค้างอยู่ในระบบต่าง ๆ ของรถและเครื่องยนต์ และป้องกันอาการเบรคลื่น

5.อ ย่ า ดับเครื่องทันที
เมื่อเราผ่ านจุดน้ำท่วมจนถึงที่หมายของเราแล้ว อ ย่ า ดั บเครื่องโดยทันที ควรติดเครื่องไว้ เพื่อไล่น้ำออกจากท่อไอเสียก่อน

วิธีการขับรถหน้าฝน อ ย่ า งปลอด ภั ย
1.ตรวจเช็คสภาพรถก่อนออกเดินทาง
ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟ ที่ปัดน้ำฝน ย า งรถ และเบรค เพราะหน้าฝนมีอากาศที่ชื้นกว่าปกติ เราจึงควรเตรียมสภาพรถให้พร้อม โดยเฉพาะความพร้อมของย า งรถ ดวามดันลมย า ง เพราะช่วงที่ฝนตกถนนจะลื่นมาก ไม่ว่าระบบไฟส่องสว่าง หรือระดับ น้ำ ย า ฉีดกระจก สภาพย า งปัดน้ำฝน

2.ขับเร็วเกินไป
เพราะในช่วงฝนตก พื้นถนนจะลื่น บังคับรถได้ย า ก และเพื่อเพิ่มระยะการเบรคให้มากขึ้นจากถนนเปียกลื่น การขับรถหน้าฝนควรอ ย่ า ง ยิ่งที่เราจะลดความเร็วจากการขับตอนเวลาปกติส่วนความเร็วควรจะเป็นเท่าไหร่นั้น ขึ้นอยู่กับความสามารถในการควบคุมรถของคุณเลย

3.อ ย่ าเหยียบเบรคกระทันหัน
ด้วยสภาพการยึดเกาะของย างกับถนนจะน้อยลง ทำให้การขับขี่ต้องระมัดระวังมากขึ้นกว่าปกติมาก เพราะการเหยียบเบรคกระทันหัน อาจทำให้รถปัดได้

4.ฝนตกหนักจอดรถพักก่อน
เพื่อล ด อุ บั ติ เ ห ตุ ถ้าฝนตกหนักมากๆ แนะนำให้จอดรถรอก่อน อ ย่ า พ ย า ย า มจะฝ่าไป เพราะช่วงนี้จะทำให้เราเห็นทางได้ไม่ชัด แม้ใช้ที่ปัดน้ำฝน หากคุณยังดื้อรั้นจะฝ่าไปให้ได้ อาจเกิดอุ บั ติ เ ห ตุ อั น ต ร า ยที่คุณไม่คาด ฝั นก็เป็นได้

เป็นบทความดีๆที่นำมาฝากกันหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชย์ต่อผู้อ่านไม่มากก็น้อย นำไปปฏิบัติเพื่อให้รถอยู่กับเราไปได้นาน ขับรถหน้าฝนต้องระมัดระวังกันให้ดีนะคะ เพราะจะเกิด อุ บั ติ เ ห ตุ มากกว่าฤดูอื่น เพราะฉะนั้นเราจึงควรเช็คสภาพทุก อ ย่ า งให้ดี ขับรถไม่เร่งรีบ เว้นระยะห่างจากคันหน้ามากกว่าปกติ เพียงเท่านี้คุณก็จะกลับถึงบ้าน อ ย่ า ง ป ล อ ด ภั ยค่ะ

เรียบเรียงโดย krustory