คิดมากทุกข์มาก คิดน้อยทุกข์น้อย ไม่คิดเลยเป็นไปไม่ได้

บทความที่น่าสนใจ

สังคมและการดำเนินชีวิตเป็นเรื่องของการแข่งขันกันในเกือบทุกอาชีพ ทำให้ทุกคนมีภาวะความเครียดมากขึ้น

ผู้คนมากมายเวลานี้ “มีจิตใจที่อ่อนแอ” มาก
พอมีเรื่องอะไรมากระทบก็พร้อมจะล้มลงได้ทุกเมื่อ

ต่างกับ “คนที่มีร่างกายไม่ครบถ้วน” ส่วนใหญ่เขาเหล่านั้นจะมีมากกว่า “คนปกติทั่วไป” คือ “หัวใจที่เข็มแข็ง” และพร้อมลุกขึ้นสู้

ทำอย่างไรถึงจะมีจิตใจเข้มแข็งได้?
“ต้องอยู่กับความจริง ยอมรับความจริงให้ได้”

ไม่หาเรื่องบั่นทอนจิตใจเพิ่ม รู้จักให้กำลังใจตัวเองเพราะลำพังชีวิตก็มีปัญหาหลายด้านหนักหน่วงอยู่แล้ว หากยิ่งคิดแต่เรื่องเครี ยดๆ ยิ่งดึงแต่เรื่องแย่ๆ เข้ามาสู่ชีวิต ตัวเองก็ยิ่งทุกข์

โลกนี้ มีไว้เพื่อคนที่พร้อมจะลุกขึ้นสู้เสมอ
ใครแข็งแรงก็ไปต่อ ใครอ่อนแอก็จมทุกข์อยู่อย่างนั้น
คนที่สละความทุกข์ออกไม่ได้…ก็ทุกข์อยู่ตลอดเวลา

ไม่มีใครที่จะเข้าใจตัวเอง ได้เท่าตัวเราเอง
ต่อให้คนอื่นจะพยายามเข้าใจมากเพียงไร ก็ไม่รู้ใจเราเท่าใจตัวเองเรา

“การเข้าใจตัวเอง” แต่ “ไม่สามารถเข้าถึงความต้องการของตัวเองได้จริง” มันจึงอันตรๅยสำหรับชีวิตเรามาก

“ท้องฟ้าเปิดกว้างให้ทุกคนเสมอ แผ่นดินรองรับคนบนโลกนี้ตลอดเวลา”

เพียงแต่ว่า เราจะอยู่กับปัญหายังไงอย่างเข้าใจ

หากปรัชญาชีวิตในหนังสือที่อ่าน ไม่ได้ทำให้เราเข้าใจมากขึ้น
หากธรรมะแง่คิด คติธรรมสอนใจ เราอ่านแล้วยังนำไปปรับใช้ในชีวิตไม่ได้ ยังเข้าไม่ถึง ปล่อยวางไม่ได้

จงให้เวลา สิ่งเดียวที่ควรให้ความสำคัญเวลานี้ คือจะอยู่ยังไงให้ “ชีวิตมีคุณค่าที่สุด” เห็นคุณค่าในตัวเองที่สุด

นำหลังธรรมคะสอนของพระพุทธเจ้าเป็นแนวทางปฏิบัติและถ้าทุกคนสามารภปฏิบัติตามได้ไม่ต้องหมดทุกข้อเอาเพียงแคบ้างส่วนเท่านั้นเราก็สามารถทำให้สังคมเราน่าอยู่มากยิ่งขึ้นไป

ที่มา ธรรมะสอนใจ